E-commerce

กลุ่มอายุไหน ในไทย มีโอกาสซื้อสินค้าประเภทไหน มากที่สุด ผ่านช่องทางออนไลน์ มิถุนายน 9, 20170 กลุ่มอายุไหน ในไทย มีโอกาสซื้อสินค้าประเภทไหน มากที่สุด ผ่านช่องทางออนไลน์ หลากหลายปัจจัยในประเทศไทย ทำให้การซื้อสินค้า ผ่านช่องทางออนไลน์เกิดความนิยมมากขึ้น ซึ่งทั้งกระแสการใช้งานของเคลือข่ายสังคมออนไลน์ใน ไทยก็มีกำลังสูงมาก ทำให้ปัจจัยการซื้อสินค้านั้น ยิ่งมีมากขึ้น แถมในปัจจุบัน การซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ยังเป็นช่องทางที่สะดวกและบางแห่งก็ถูกกว่า ห้างร้านทั่วๆไปอีกด้วย nConnect.asia ได้เผย พฤติกรรมของประชากรในประเทศไทยในเรื่อง การซื้อสินค้าประเภทต่างๆ ที่เหมาะสำหรับ กลุ่มวัยต่างๆ โดยได้นำสถิติที่เก็บมา ทั้งหมด 1 ปีที่ผ่านมา วิเคราะห์ออกมาเป็น 3 กลุ่มและ 3 สินค้าดังนี้   กลุ่มอายุ ตั้งแต่ 20 – 30 ปี กลุ่มนี้เป็นกลุ่มนักศึกษา และ คนวัยทำงานในระยะต้นๆ ซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มนี้จะเป็นชอบในเรื่องสินค้า ความสวยงามความงาม หรือ เทคโนโลยีรวมถึง Gadget ต่างๆ ซึ่งจะมีความสนใจ เป็นอย่างมาก...
โฆษณาแบบสินค้าตามหลอกหลอน ลูกค้า (ReMarketing) บน Facebook ทำยังไง จริงๆ เรื่อง ReMarketing เป็นเรื่องนึงที่ไม่ใช่ใหม่นักในไทย และในวงการดิจิทัลเลย แต่แล้วแต่การเมื่อทำมันจริงๆ บางแบรนด์ หรือ บางเพจนั้น ทำแล้วไม่สำเร็จ ไม่โชว์มั่ง ไม่หลอกหลอกลูกค้า มั่ง ก็เลยนอยด์ๆ กันไป ลองสังเกตง่ายๆครับ เวลาเข้า Lazada หรือเว็บไชต์ใหญ่ๆ มักจะมีสินค้ามาตามหลอกหลอนเราทุกครั้ง ด้วยคำต่างๆนาๆ ที่ทำให้เรานั้นกลับไปคลิกอีกครั้ง แต่หากเราจะทำเองล่ะ จะทำยังไง ? มาดู สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลยครับ 1. Pixel ติดตั้งแล้วไช่ไหม ? แสดงผล แล้วหรือยัง ? Pixel เป็นตัวแปลที่สำคัญตัวนึงที่จะเชื่อม Website ของเรากับ Facebook นั้นเอง ซึ่ง Pixel นั้นก็ไม่ใช่แค่ใช้เป็นเรื่องมือ ECommerce ในเรื่อง Remarketing เท่านั้น...
ความแตกต่าง และคุณสมบัติแต่ละแพ๊คเก๊ต บน Line@ Line@ เป็นรูปแบบการสื่อสารอย่างนึงแบบ B2C หรือ ธุรกิจกับลูกค้าได้อย่างง่ายผ่าน line โดย Line@ นั้นจะจัดอยู่ในหมวดของธุรกิจ Startup , ร้านอาหาร หรือ กิจการอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ใหญ่โตมากนักที่จำเป็นต้องซื้อ Line official เพราะค่าใช้จ่ายถึง 6-7 หลักทีเดียว ทีนี้มาดูว่า line@ นั้นในแต่ละ packae ทำอะไรได้บ้าง กันหน่อยครับ ด้วยเหตุผลนี้สำหรับอธิบายให้กับคนที่สนใจจะเริ่มใช้งานและคนที่ใช้งานอยู่อาจจะอัพเกรดกันเพิ่มขึ้นครับ ซึ่งผมได้มีโอกาสในการใช้ Package ที่เรียกว่า Pro Plan ซึ่งเป็นแพ๊คเก๊ตกลางๆ แต่จริงๆแล้ว แพ๊คเก๊ต Pro กับ Pro+ จะต่างกันที่ จำนวนคนที่ติดตาม line@ เราเท่านั้นเองครับ ทีนี้ผมจะขออธิบายสำหรับคนที่พึ่งหัดใช้ line@ เลยว่า แต่ละแพ๊คเก๊ตต่างกันยังไง Package : Free ของฟรีก็มีในโลก...
วิธีคำนวน CPO และ CPU ง่ายๆสำหรับคำนวนค่าโฆษณาต่อการส่ังซื้อสินค้า CPO  หรือ Cost Per Order ที่เกิดขึ้นจากการโฆษณา เป็นการคำนวน การใช้ค่าโฆษณา ต่อ 1 การโฆษณาที่เกิดขึ้น จริงๆ แล้ว ถือว่าเป็น ต้นทุนที่เสียใจไป เพื่อแลกกับ จำนวน 1 คำสั่งซื้อลูกค้านั้นเอง ทีนี้ ลองมาแยกว่า CPO และ CPU คืออะไร และต่างกันตรงไหนครับ CPO : Cost Per Order ( ค่าใช้จ่าย ต่อ 1 คำสั่งซื้อ) การคำนวนจากจำนวนรายการสั่งซื้อว่า มีกี่รายการสั่งซื้อ และ จะใช้สูตรในการคำนวนเป็นสูตร Count ฉะเป็นส่วนใหญ่ CPU : Cost Per Unit (...
ทำความรู้จัก Hotjar ตัวช่วยที่จะทำให้รู้สาเหตุว่า ลูกค้าสนใจอะไรในเว็ปไชต์เราที่สุด หลายคนคงสงสัยว่า เมื่อลูกค้าเข้ามาใน Website หรือ Landing Page ของเรานั้น เขาไปคลิกอะไร หรือ เขาหยุดอยู่ตรงนั้น นานที่สุดจะทำยังไง โดยจริงๆ แล้วมี รูปแบบนี้ใน Google analytics ก็มี แต่เรานั้นก็ไม่สามารถจะรู้แบบลึกๆ ได้เลย แต่ Hotjar ทำเป็น Video ให้เราเลยว่า แล้วลูกค้านั้นคลิกอะไร ยังไง หรือเลื่อนไปหน้าไหน ว่ามาดูการทำงานของเจ้าตัวนี้กันครับ หลักๆการทำงานของตัวนี้จะเหมือน Google Analytics เลย ที่จะต้องเอา code นั้นมาแปะบน ของส่วนหัวของเว็ปไชต์ หรือเรียกว่า Heading ซึ่งจะมีการติดแล้วทำการยืนยันว่าการติดเรียบร้อยแล้วอีกทีนึง ซึ่งเมื่อเราติดตั้งแล้ว ระบบจะนำเราเข้าสู่หน้า Dashboard หรือ หน้ารวม ที่บอกกิจกรรมมใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาว่า มีคนเข้าเพจเราทำนั้นกี่คน และมีการ...
5 ผู้ให้บริการ Hosting ในไทยที่รองรับระบบ Magento ECommerce ในไทยกำลังเป็นกระแสอย่างมาก ซึ่งคนก็ไม่จำเป็นต้องออกนอกบ้านอีกต่อไป ซึ่งสามารถเดินไปศูนย์การค้าบนเว็ปไชต์ หรือ บน Application แทนการออกจากบ้านที่แดดร้อน ได้เลยและการชำระเงินก็เยอะมากๆ ทั้งบัตรเครดิต การชำระเงินปลายทาง จนกระทั่งตอนนี้มีการผ่อนสินค้าออนไลน์กันได้แล้วด้วย พูดถึงในมุมลูกค้ากันแล้ว มาพูดในฝั่งธุรกิจกันบ้าง หลายธุรกิจก็เริ่มอยากจะขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กันเยอะมาก ซึ่งถ้าเห็นๆ กันในปัจจุบันก็จะเห็น Central, Powerbuy หรือกระทั่ง Big C เป็นต้น ก็จะมีการขายสินค้าที่เป็นสินค้าปลีกผ่านช่องทางออนไลน์โดยบริการส่งให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าจากออนไลน์ได้เลยเหมือนมาเลือกซื้อที่ห้างสรรพสินค้า และชำระเงินได้เลย รูปแบบการจัดการระบบของเว็ปไชต์เหล่านี้ ส่วนใหญ่ใช้ Magento , WooCommerce , opencart เป็นต้น โดยผมจะรูปแบบการจัดการเว็ปไชต์ที่นิยมที่สุดและมีขนาดค่อนใหญ่มาก หรือจะเรียกได้ว่าเป็นตัวปฏิบัติการที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ นั้นคือ Magento แต่เนื่องด้วยเป็นระบบปฏิบัติการที่ใหญ่มาก Hosting ที่รองรับก็ต้องใหญ่เช่นเดียวกัน โดยมาดูกันว่า 5 ผู้ให้บริการ Hosting ในไทยที่รองรับระบบ Magento  จะมีเจ้าไหนบ้าง 1. netdesignhost 2. hostneverdie 3. hostdynamo 4....
อายุ 40 ช้อปออนไลน์
ทำยังไง ให้คน 40+ หันมาช้อปปิ้งออนไลน์ หลายคนอาจจะมองภาพออกว่า อายะ 18-25  หรือ 26 - 35 มีโอกาสการช้อปปิ้งที่เยอะทีสุดและเข้าถึงง่ายที่สุด แต่เมื่อเราได้โจทย์สินค้าบางสิ่งที่ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม หรือ ต้องวัตถุประสงค์ให้คน อายุ 40 ปีขึ้นไปนั้นช้อป ออนไลน์เราจะทำอย่างไร วันนี้แชร์เรื่องนี้เพราะ เป็นเรื่องถกเถียงกันอยู่เหมือนกันว่า อายุ 40 จะช้อปยังไง ? แล้วสินค้าอะไร ที่เหมาะสำหรับ 40+ ล่ะ โดยผมมีประสบการณ์ในการทำสินค้าขายให้กับคนอายุ 40+ ซึ่งทำให้ได้ยอดขายต่อวัน 20-30 ออเดอร์ต่อวันทางด้านออนไลน์ ต่อ สินค้า ซึ่งสิ่งที่จะมาแชร์คือ วิธีการว่า จะทำยังไงให้คน 40+ นั้นหันมาคิดกันบ้าง สินค้าที่คน 40+ สนใจ ? หากจะเล่นกลุ่มคนอายุ 40+ แล้วส่วนใหญ่ สินค้าที่คนอายุ 40+ จะสนใจ มักจะเป็นสินค้าทางด้านเครื่องครัว...
ทำไม UTM จึงสำคัญสำหรับการวัดผล แคมเปญ หรือ ช่องทาง E-Commerce Google ถือว่าเป็นมหาอำนาจในด้านออนไลน์ที่ใครๆก็ต้องรู้จักและใช้งาน โดยเกือบทั้งหมดของธุรกิจ หรือ บุคคลก็จะเลือกใช้การวัดผลเวปไชต์ ผ่าน Google นั้นคือ Google Analytics และเชื่อมกับ Google Search Console หรือ Google Webmastertools เพื่อให้ง่ายต่อ SEO นั้นเองครับ โดยทีนี้เรามาพูดถึงการวัดผลแคมเปญแต่ละครั้ง โดยใช้ Google Analytics เราๆมักจะใช้การวางลิงค์เวปไชต์ไปเฉยๆ ไม่มีการจับค่าอะไรไปด้วยทั้งสิ้น โดยบางเวปไชต์ได้ใส่ Code ไว้หลังบ้านเวลาจับข้อมูลลูกค้าอยู่แล้ว แต่หลายเวปไชต์ถ้าไม่มีคนที่เชี่ยวชาญด้านนี้ล่ะทำยังไง สิ่งที่เขาทำสำหรับการวัดผลจาก แคมเปญ หรือ ยอดขาย e-commerce เขามักจะใช้ UTM กัน ซึ่งในทุกๆแคมเปญ สังเกตดีๆ จากรูปลิงค์ด้านล่างครับ สังเกตได้ว่าหลังจาก URL ตัวสุดท้ายจะต้องปิดด้วย ?UTM...
สร้าง UTM Campaign ง่ายๆ แค่ลิงค์เดียว เครื่องมือวัดผลทางการตลาดออนไลน์มีมากมายเต็มไปหมดแต่ถ้าเอาที่นิยมกันพอสมควรหรือเรียกง่ายๆว่า เป็นตัวนึงที่แซงทางโค้งมาเลยมาทีเดียวนั้นคือ UTM หรือเรียกง่ายๆ ว่าการวัดผลต่อแคมแปญที่สามารถรายงานได้ว่า ลูกค้ามาจากไหน และแคมเปญอะไร ทำยอดขายได้เท่าไหร่  เช่นลูกค้าด้านล่างเป็นการสร้างแคมเปญเพื่อให้ลูกค้านั้นลงทะเบียนกิจกรรม เพื่อรับส่วนลดพิเศษ  โดยหลายคนนั้นมักจะงงว่า UTM นั้นไฟล์ยาวขนาดนี้ จะเข้าใจได้ยังไง ว่ามันอ่านค่ายังไง ทีนี้ยังไง เมื่อดูจากภาพด้านล่าง 1 ?utm_souce=ช่องทาง (facebook,google,EDMเป็นต้น) 2.medium=ลักษณะของวัตถุประสงค์ (CPC , OCPM เป็นต้น) 3.Campaign = ชื่อแคมเปญ สำหรับอ้างอิง มาดูกันว่า UTM จะ Report ตรงไหน โดย UTM จะแบ่งเป็น 2 จุดที่สามารถดึง Report ออกมาได้คือ ดึงจาก SQL หรือ ฐานข้อมูลเวปไชต์ ที่มีการติดตั้ง Datalayer โดยอันนี้ต้องพึ่ง Developer...
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณนั้นไม่ได้ยอดขายจากออนไลน์ดีเท่าที่ควร หากคุณมีธุรกิจแบบออฟไลน์หรือ เรียกว่ามีหน้าร้านค้าแล้ว อยากจะลองขายออนไลน์ดู แต่คุณรู้สึกไหมว่า การขายสินค้าเท่าไหร่ก็ขายไม่ออก ซื้อโฆษณาก็แล้ว หาคนมาโปรโมทก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร  ซื้อยอดติดตามเพจ ก็ยังไม่มา ยิงไปตรงกลุ่มแล้วก็ยังไม่ได้อีก ซึ่งนั้นคือสาเหตุที่เราไม่แน่ใจนักว่า สาเหตุเกิดจากอะไรที่ทำให้คนเขาไม่ซื้อสินค้าคุณ     1. คุณรู้จักสินค้าของคุณหรือยัง ? คำถามนี้เป็นคำถามที่เบสิกมากๆ ที่ใครหลายคนมักจะพูดว่า คุณรู้จักสินค้าของคุณหรือยัง แต่ซึ่งมันก็ไม่ใช่แค่รู้ แต่คุณต่อยอดมันเป็นหรือยัง ? การต่อยอดมันมีหลายขั้นตอน คุณมีเรื่องราวของสินค้าคุณหรือยัง?  คุณมีข้อมูลของสินค้ามากพอหรือยัง ? เพราะสิ่งเหล่านี้คือการนำไปประยุกต์ในการทำเรื่องราว และทำให้สินค้าคุณเกิดความน่าสนใจมากขึ้น เพราะเดี่ยวนี้มันไม่ใช่แค่ขาย มันต้องนำสิ่งเหล่านั้นมาบวกสิ่งเหล่านี้ให้เกิดความสนใจให้ได้  2. คุณรู้จักคู่แข่งตัวจริงของคุณหรือยัง?  หากคุณเป็นคนที่ขายสินค้าออนไลน์ ข้อคำนึงนึงของคุณคือ คุณคิดว่าใครคือคู่แข่งของคุณ โดยเปรียบความสำคัญคู่แข่งสัก 2-3 รายก็ได้ แต่จะมีแค่รายเดียวที่เป็นคู่แข่งหลัก โดยหากเปรียบกับแบรนด์ดัง เขาก็จะมีคู่แข่งหลักที่รู้กันดีว่าต่างฝ่าย ต่างก็พยายามแย่งลูกค้า นั้นคือ Nike และ Adidas   , Samsung และ Apple เป็นต้น ซึ่งจริงๆก็จะมีคู่แข่งเยอะกว่านั้นแต่เราเอาแค่ตัวหลักก็พอเพื่อการมองภาพได้ชัดเจนว่าแบรนด์ของเรานั้นแข่งกับใครอยู่  3....

แนะนำสำหรับคุณ